ค่าประกันอัคคีภัย ต้องทำไหม? ใครเป็นคนจ่าย

อัคคีภัยเป็นภัยที่เกิดจากไฟไหม้ ซึ่งเรามักพบเห็นในข่าวบ่อยๆ ว่ามีเหตุการณ์ไฟไหม้บ้าน ไฟไหม้โรงแรม หรือแม้แต่ไฟไหม้โรงงานก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เพราะในโรงงานมีทั้งเครื่องจักร สินค้า และสารเคมีต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอัคคีภัยขึ้นได้ ผู้ประกอบการบางคนอาจลังเลว่าจะทำประกันอัคคีภัยดีไหม แล้วใครจะเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนนี้ วันนี้เรามีคำตอบให้แล้ว

ประกันอัคคีภัย คืออะไร?

ประกันอัคคีภัยเป็นรูปแบบหนึ่งของประกันวินาศภัย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินอันเนื่องมาจากเหตุเพลิงไหม้ ให้ความคุ้มครองทุกอย่างในโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อตัวอาคารโรงงาน, ความเสียหายต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ, ความเสียหายต่อสินค้า, มีค่าใช้จ่ายในการดับเพลิงตามจริง และค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนและขนย้ายซากทรัพย์สิน


ประกันอัคคีภัย ต้องทำไหม?

ประกันอัคคีภัยจะทำหรือไม่ทำก็ได้ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการ เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ทางที่ดีควรจะทำประกันอัคคีภัยไว้ เพื่อเหตุผลหลักๆ 4 อย่างนี้

  • หากเกิดอัคคีภัยขึ้นจริงๆ ทั้งอาคาร เครื่องจักร สินค้า และเอกสารต่างๆจะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงจนใช้งานไม่ได้ จนทำให้ธุรกิจชะงักหรือปิดตัวไป รวมถึงอาจมีพนักงาน หรือผู้มาติดต่อโดนไฟไหม้ไปด้วย ก็จะเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะต้องชดเชยให้กับผู้ที่โดนไฟไหม้ด้วย ดังนั้นการมีประกันอัคคีภัยไว้จึงช่วยลดความเสียหายตรงนี้ได้เป็นอย่างดี ผู้ประกอบการก็ไม่ต้องมากังวลกับค่าใช้จ่ายให้เครียดมากเกินไปด้วย เพราะประกันจะจ่ายให้หมดทุกอย่าง ถึงแม้ว่าการเกิดอัคคีภัยจะทำให้ธุรกิจชะงักไปก็จริง แต่จะสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้นกว่าการไม่ทำประกันอัคคีภัย
  • การทำประกันอัคคีภัยไว้จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ประกอบการ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องมาคอยกังวลกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
  • การที่โรงงานมีประกันอัคคีภัยจะได้รับความเชื่อมั่นจากคู่ค้าและนักลงทุน เพราะการมีประกันแสดงถึงความรับผิดชอบและความมั่นคงของธุรกิจ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าธุรกิจมีการวางแผนและเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ นักลงทุนก็จะมีความกล้าเข้ามาลงทุนมากขึ้น
  • สถาบันการเงินส่วนใหญ่มักกำหนดให้โรงงานทำประกันอัคคีภัยเป็นเงื่อนไขในการขอสินเชื่อ เพื่อป้องกันความเสี่ยงของสถาบันการเงินเอง

การทำประกันอัคคีภัยไม่เพียงแต่จะได้รับความคุ้มครองจากไฟไหม้เท่านั้น แต่ยังคุ้มครองภัยอื่นๆด้วย เช่น ฟ้าผ่า รวมถึงความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกิดการลัดวงจรเนื่องจากฟ้าผ่า และการระเบิดของแก๊ส นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองจากภัยอื่นๆเพิ่มเติมได้ เช่น น้ำท่วม, แผ่นดินไหว, การจลาจล เป็นต้น

ค่าประกันอัคคีภัย ใครเป็นคนจ่าย?

ในสัญญาเช่าโรงงานจะระบุผู้ที่ต้องจ่ายค่าประกันอัคคีภัยไว้ บางสัญญาอาจกำหนดให้ผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบในการทำประกันอัคคีภัย หรือบางสัญญาอาจให้ทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่าแบ่งกันจ่ายค่าประกันอัคคีภัย ส่วนค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยต้องจ่ายเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย ซึ่งได้กำหนดราคาค่าเบี้ยตามประเภทของธุรกิจและลักษณะของโรงงาน, มูลค่าของทรัพย์สินที่เอาประกันภัย, ที่ตั้งของโรงงาน, มาตรการป้องกันอัคคีภัยของโรงงาน และประวัติการเคลมประกันภัย

เพื่อให้ทราบค่าประกันอัคคีภัยให้แน่ชัด ควรสอบถามกับบริษัทประกันภัยโดยตรง และพิจารณาข้อเสนอจากหลายๆบริษัท แล้วนำมาเปรียบเทียบหาบริษัทที่ให้ความคุ้มครองในราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกบริษัททำประกันอัคคีภัย

การเลือกบริษัทประกันอัคคีภัยที่เหมาะสม จะช่วยให้ทรัพย์สินของผู้ประกอบการได้รับการคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น สำหรับข้อควรพิจารณาก่อนเลือกบริษัททำประกันอัคคีภัยให้พิจารณาดังนี้

1. ความน่าเชื่อของบริษัท

บริษัทที่ต้องการทำประกันอัคคีภัยด้วยนั้นมีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน โดยอาจดูจากความมีชื่อเสียงของบริษัทนั้นๆก็ได้, ดูรีวิวของลูกค้าที่เคยซื้อประกันไป, ดูบริการหลังการขาย, ดูความเข้าใจของผู้เสนอขายประกัน ที่สำคัญดูว่าบริษัทนั้นๆมีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีความสามารถในการจ่ายสินไหมทดแทนเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขึ้น

2. ความคุ้มครองและเงื่อนไข

ตรวจสอบกรมธรรม์ว่าครอบคลุมความเสี่ยงที่ต้องการหรือไม่ และดูเรื่องเงื่อนไขต่างๆ เช่น วงเงินคุ้มครองระยะเวลาการคุ้มครอง, เงื่อนไขการเคลม, หน้าที่ของผู้เอาประกันภัย, ข้อยกเว้น เป็นต้น

3. เปรียบเทียบค่าเบี้ยประกัน

อย่าเพิ่งตัดสินใจเลือกบริษัทประกันอัคคีภัย หากยังไม่ได้เปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันจากหลายๆบริษัท และระวังอย่าเลือกบริษัทประกันที่มีค่าเบี้ยราคาถูก เพราะวงเงินความคุ้มครองที่ได้รับอาจไม่ครอบคลุมตามสิ่งที่ต้องการ ให้คำนึงถึงความคุ้มครองที่ได้รับเป็นหลักว่าคุ้มค่ากับการทำประกันจากบริษัทนั้นๆหรือเปล่าดีกว่า

4. บริการอื่นๆ

บางบริษัทประกันภัยมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่น บริการดับเพลิงเบื้องต้นให้ด้วย ซึ่งการที่บริษัทประกันมีบริการเสริมเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการเลือกบริษัทประกันในการทำประกันอัคคีภัยได้ง่ายขึ้น

แน่นอนว่าคงไม่มีผู้ประกอบการคนไหนอยากให้เหตุการณ์ไฟไหม้เกิดขึ้นกับธุรกิจของตัวเอง เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมีมูลค่ามหาศาล และอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในระยะยาวได้ ดังนั้นควรลดความเสี่ยงด้วยการทำประกันอัคคีภัยไว้จะดีกว่า ถึงแม้ว่าค่าเบี้ยประกันในการทำประกันอัคคีภัยอาจจะแพงก็จริง แต่ก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทีเดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล

หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ

ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY

ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8


Scroll to Top