เสียงดังในโรงงาน ควบคุมและป้องกันอย่างไร ?
ระดับเสียงวัดเป็นเดซิเบลเอ (dB(A)) การได้ยินเสียงดังต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวันเป็นเวลาหลายปีสามารถทำลายเซลล์ขนในหูชั้นในอย่างถาวร โดยทั่วไปแนวปฏิบัติด้านอาชีวอนามัยจะเริ่มให้ความสำคัญเมื่อระดับเสียงเฉลี่ยตลอดวันทำงาน 8 ชั่วโมงอยู่ในช่วงราว 85–90 dB(A) ขึ้นไป โดยค่าที่กฎหมายกำหนดในแต่ละช่วงเวลาอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของกระทรวงแรงงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สัญญาณเตือนว่าพื้นที่อาจเสียงดังเกินไป เช่น ต้องตะโกนคุยกันเมื่ออยู่ห่างกันประมาณหนึ่งเมตร พนักงานบ่นหูอื้อหลังเลิกงาน หรือได้ยินเสียงไม่ชัดในช่วงเย็น
แหล่งกำเนิดเสียงที่พบบ่อยในโรงงานและโกดัง
- เครื่องจักรผลิต เครื่องปั๊ม เครื่องตัด เครื่องอัดพลาสติก และสายพานลำเลียง
- คอมเพรสเซอร์และปั๊มลม เสียงจากมอเตอร์และลมที่ระบายออก
- พัดลมและระบบระบายอากาศ โดยเฉพาะพัดลมขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไม่สมดุล
- รถยกและกิจกรรมขนถ่าย เสียงเตือน เสียงกระแทกของพาเลทและชั้นวาง
- กิจกรรมซ่อมบำรุง เสียงเจียร เชื่อม ตอก
ประเมินและวัดระดับเสียงอย่างไร
- วัดด้วยเครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter) ที่ผ่านการสอบเทียบ ในจุดที่พนักงานทำงานจริง
- วัดตลอดช่วงเวลาทำงานหรือใช้เครื่องวัดสะสมปริมาณเสียง (Dosimeter) ติดตัวพนักงาน
- จัดทำแผนที่เสียง (Noise Map) ระบุโซนที่เสียงดังมากด้วยสี เพื่อกำหนดมาตรการ
- ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัยตรวจวัดเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนเครื่องจักรหรือผังการผลิต
ควบคุมเสียงตามลำดับความสำคัญ
หลักการควบคุมความเสี่ยงแนะนำให้แก้ที่ต้นเหตุก่อน แล้วค่อยป้องกันที่ตัวบุคคลเป็นลำดับสุดท้าย
- ลดเสียงที่แหล่งกำเนิด เลือกเครื่องจักรรุ่นเสียงเบา บำรุงรักษาให้ทำงานสมดุล หล่อลื่นชิ้นส่วนที่สั่นสะเทือน
- แยกหรือกั้นเสียง ติดตั้งตู้ครอบเครื่อง ผนังกั้นเสียง หรือย้ายเครื่องที่เสียงดังไปไว้ห้องแยก
- ดูดซับเสียง ใช้วัสดุซับเสียงที่ผนังและเพดาน ลดเสียงสะท้อนในอาคารโล่ง
- จัดการงานและเวลา หมุนเวียนพนักงาน ลดระยะเวลาที่ต้องอยู่ในพื้นที่เสียงดัง
- อุปกรณ์ป้องกันหู ที่อุดหูหรือที่ครอบหูที่เหมาะกับระดับเสียง ใช้เมื่อมาตรการข้างต้นยังไม่เพียงพอ
โปรแกรมอนุรักษ์การได้ยิน
โรงงานที่มีพื้นที่เสียงดังควรจัดทำโปรแกรมอนุรักษ์การได้ยินอย่างเป็นระบบ ซึ่งโดยทั่วไปประกอบด้วย
- การตรวจวัดระดับเสียงและจัดทำแผนที่เสียง
- การตรวจสมรรถภาพการได้ยินของพนักงานเมื่อเริ่มงานและเป็นประจำทุกปี
- การจัดหาและฝึกใช้อุปกรณ์ป้องกันหูอย่างถูกวิธี
- ป้ายเตือนและการอบรมเรื่องอันตรายของเสียง
- การบันทึกผลและติดตามแนวโน้ม
ผลกระทบต่อเพื่อนบ้านและชุมชนรอบโรงงาน
เสียงจากโรงงานไม่ได้กระทบเฉพาะพนักงาน หากโรงงานตั้งอยู่ใกล้ที่อยู่อาศัย เสียงรบกวนอาจเป็นเหตุให้เกิดข้อร้องเรียนและถูกตรวจสอบจากหน่วยงานท้องถิ่น แนวทางที่ช่วยลดปัญหา เช่น ติดตั้งเครื่องที่เสียงดังไว้ด้านในอาคารและห่างจากแนวรั้ว ใช้ผนังหรือคันดินกั้นเสียง จำกัดการทำงานเสียงดังในช่วงเวลากลางคืน และกำหนดเส้นทางรถบรรทุกไม่ให้ผ่านพื้นที่อยู่อาศัยโดยไม่จำเป็น
เช็กลิสต์ก่อนเลือกอาคารสำหรับกิจการที่มีเสียงดัง
ก่อนตัดสินใจเลือก โกดังให้เช่า หรือ เช่าโกดังเก็บของ สำหรับกิจการที่มีเครื่องจักรเสียงดัง ควรสำรวจสภาพแวดล้อมรอบอาคาร และหากสร้าง โกดังสำเร็จรูป ควรวางแผนเรื่องเสียงตั้งแต่ขั้นออกแบบ เพราะแก้ไขภายหลังมีต้นทุนสูงกว่า
- ระยะห่างจากที่อยู่อาศัย โรงเรียน หรืออาคารสำนักงานข้างเคียง
- โครงสร้างผนังและหลังคา รองรับการติดวัสดุซับเสียงได้หรือไม่
- ความสูงของอาคาร เพื่อให้เสียงกระจายและเสียงสะท้อนน้อยลง
- มีพื้นที่แยกห้องสำหรับคอมเพรสเซอร์ ปั๊ม หรือเครื่องที่เสียงดังมาก
- ข้อกำหนดของผู้ให้เช่าและกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับเสียงรบกวน
คำถามที่พบบ่อย
- เสียงดังในโรงงานเท่าไรถือว่าเป็นอันตราย โดยทั่วไปควรระวังเมื่อเสียงเฉลี่ยในวันทำงานราว 85–90 เดซิเบลเอ ขึ้นไป ควรตรวจกฎหมายล่าสุดและวัดด้วยเครื่องมือที่สอบเทียบ
- โกดังให้เช่าที่ใกล้ชุมชนมีข้อจำกัดเรื่องเสียงหรือไม่ มักมี ผู้ที่เช่าโกดังเก็บของและวางเครื่องจักรเสียงดังควรสอบถามข้อกำหนดของโครงการและเพื่อนบ้านก่อน
- โกดังสำเร็จรูปออกแบบกันเสียงอย่างไร ใช้ผนังและฝ้าซับเสียง แยกห้องเครื่องที่ดังมาก และวางตำแหน่งเครื่องห่างแนวรั้ว เพื่อลดปัญหาเสียงดังในโรงงานตั้งแต่ต้น
บทสรุป
เสียงดังในโรงงานเป็นภัยเงียบที่สะสมทีละน้อย การวัดระดับเสียง ควบคุมที่แหล่งกำเนิด และจัดโปรแกรมอนุรักษ์การได้ยินช่วยป้องกันความเสียหายต่อพนักงานได้ ไม่ว่าคุณจะใช้ โกดังให้เช่า เช่าโกดังเก็บของ หรือ โกดังสำเร็จรูป ของตนเอง การวางแผนเรื่องเสียงตั้งแต่เลือกอาคารช่วยลดปัญหาและต้นทุนในระยะยาว
บทความที่เกี่ยวข้อง
- มาตรฐานความปลอดภัยในโกดังที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเช่า
- มาตรฐานความปลอดภัยที่เจ้าของ “โกดัง” และผู้เช่าต้องรู้
- วิธีเช็กว่า ระบบความปลอดภัยในโกดังโรงงานได้มาตรฐาน และไม่เสี่ยงอุบัติเหตุ
- 10 ข้อควรรู้ก่อนสร้างโกดังเก็บสารเคมีเพื่อป้องกันอันตราย
ทำไมต้องเลือก Park Factory
PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ
ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY
ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8




