ช่องแสงหลังคาโกดัง ช่วยประหยัดค่าไฟจริงไหม
คำตอบคือช่วยได้จริงในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะโกดังที่ทำงานเวลากลางวันเป็นหลัก แสงธรรมชาติที่กระจายลงมาจากหลังคาช่วยให้ลดจำนวนดวงไฟที่ต้องเปิด หรือเปิดเฉพาะบางโซนได้ ผลที่ได้จริงขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ขนาดและตำแหน่งของช่องแสง ความสูงของชั้นวาง สีพื้นและผนัง และพฤติกรรมการเปิดปิดไฟของพนักงาน นอกจากค่าไฟแล้ว ยังมีประโยชน์อื่นที่ตามมาด้วย
- พนักงานมองเห็นชัดขึ้น อ่านฉลากและบาร์โค้ดได้ง่าย ลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้า
- บรรยากาศการทำงานดีขึ้น พื้นที่ไม่มืดทึบ ลดความรู้สึกอึดอัด
- มีแสงสำรองเมื่อไฟฟ้าดับ ในเวลากลางวันยังพอทำงานหรือเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย
ประเภทช่องแสงที่นิยมใช้ในโกดัง
1. แผ่นโปร่งแสงบนหลังคา (Translucent Roof Sheet)
เป็นแผ่นที่มีลอนเหมือนหลังคาเมทัลชีท วางสลับเป็นแถวตามแนวหลังคา ติดตั้งง่ายและเข้ากับระบบหลังคาเดิม วัสดุที่พบบ่อยคือโพลีคาร์บอเนตซึ่งเหนียว ทนแรงกระแทก และไฟเบอร์กลาสซึ่งราคาประหยัดกว่า
2. ช่องแสงแบบโดมหรือกล่องบนหลังคา
ยกตัวขึ้นจากระนาบหลังคา บางรุ่นมีช่องระบายอากาศในตัว ช่วยระบายความร้อนได้ด้วย แต่ต้องทำรอยต่อกันซึมอย่างดี
3. ช่องแสงผนังและบานเกล็ด (Clerestory / Louver)
ติดตั้งที่ผนังส่วนบนใต้ชายคา ได้แสงด้านข้างที่นุ่มกว่าและรับความร้อนน้อยกว่าช่องแสงบนหลังคา หากเป็นบานเกล็ดยังช่วยระบายอากาศร้อนออกได้
ข้อดีและข้อเสียที่ต้องชั่งน้ำหนัก
ข้อดีชัดเจนคือได้แสงฟรีและลดการใช้ไฟ แต่ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจมีดังนี้
- ความร้อนเพิ่มขึ้น แสงที่เข้ามามักพาความร้อนมาด้วย ยิ่งช่องแสงมาก อาคารยิ่งร้อน อาจต้องใช้พัดลมหรือระบบระบายอากาศมากขึ้น
- วัสดุเหลืองและขุ่นตามอายุ แผ่นที่ไม่มีชั้นป้องกัน UV จะเปลี่ยนสีและเปราะ ทำให้แสงผ่านน้อยลง
- จุดเสี่ยงรั่วซึม รอยทับซ้อนระหว่างแผ่นโปร่งแสงกับเมทัลชีทเป็นจุดที่น้ำซึมได้ง่าย หากติดตั้งไม่ดี
- เสี่ยงตกจากหลังคา แผ่นโปร่งแสงรับน้ำหนักคนไม่ได้ ช่างที่ขึ้นไปทำงานต้องระวังและใช้อุปกรณ์ป้องกันการตก
ออกแบบขนาดและตำแหน่งอย่างไรให้สมดุล
หลักคิดสำคัญคือต้องการแสงพอใช้งาน ไม่ใช่แสงมากที่สุด เพราะแสงที่มากเกินจะมาพร้อมความร้อนและแสงจ้า ควรให้ผู้ออกแบบคำนวณจากขนาดอาคาร ความสูง และการใช้งานจริง แนวทางเบื้องต้นมีดังนี้
- กระจายเป็นแถวสม่ำเสมอ ดีกว่าการรวมไว้จุดเดียว เพื่อให้แสงตกทั่วพื้นที่และไม่เกิดจุดร้อน
- หลีกเลี่ยงแดดส่องตรงบนสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ไวต่อแสงและความร้อน เช่น อาหาร เครื่องสำอาง หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติก
- วางแนวให้ตรงทางเดินและโซนหยิบสินค้า แทนการวางเหนือชั้นวางสูงที่บังแสงหมด
- เลือกแผ่นที่มีการเคลือบป้องกัน UV และกระจายแสง ช่วยลดแสงจ้าและยืดอายุวัสดุ
ใช้ร่วมกับไฟ LED และเซนเซอร์แสง
ช่องแสง จะคุ้มค่ามากที่สุดเมื่อใช้คู่กับหลอด LED และแบ่งวงจรไฟเป็นโซน ยิ่งถ้าติดเซนเซอร์วัดแสงธรรมชาติ ระบบจะหรี่หรือปิดไฟอัตโนมัติเมื่อแสงจากหลังคาเพียงพอ ไม่ต้องพึ่งพนักงานจำเปิดปิดเอง ช่วยให้ค่าไฟลดลงได้อย่างต่อเนื่อง
การดูแลรักษาช่องแสงหลังคา
- ทำความสะอาดคราบฝุ่นและตะไคร่ตามรอบ เพราะความสกปรกทำให้แสงผ่านได้น้อยลงมาก
- ตรวจรอยต่อ น็อตยึด และยางรองเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนเข้าหน้าฝน
- เมื่อแผ่นเหลือง เปราะ หรือแตกร้าว ควรเปลี่ยนใหม่ ไม่ควรปะซ่อมไปเรื่อย ๆ
หากพบน้ำหยดใต้แนวแผ่นโปร่งแสง ควรเร่งแก้ไขและตรวจระบบหลังคาโดยรวมควบคู่กันไป
สิ่งที่ควรตรวจก่อนเช่าหรือซื้อโกดัง
- ไปดูอาคารตอนกลางวัน สังเกตว่าแสงจาก ช่องแสง เพียงพอและกระจายทั่วพื้นที่หรือไม่
- ดูสภาพแผ่นโปร่งแสงว่าเหลือง ขุ่น หรือมีคราบน้ำรั่วใต้แนวแผ่นหรือไม่
- หากเป็น โกดังให้เช่า ควรตกลงว่าใครรับผิดชอบการเปลี่ยนแผ่นที่เสื่อมสภาพ
- หากซื้อ โกดังขาย ให้ประเมินอายุแผ่นและค่าเปลี่ยนเผื่อไว้ในงบปรับปรุง
- หากสร้าง โกดังสำเร็จรูป ใหม่ ควรกำหนดชนิดแผ่นและตำแหน่งตั้งแต่ขั้นออกแบบ
คำถามที่พบบ่อย
- โกดังให้เช่าติดช่องแสงเพิ่มได้ไหม ได้ถ้าโครงสร้างหลังคารองรับและผู้ให้เช่าอนุญาต ควรให้ช่างที่ชำนาญงานกันรั่วทำ เพราะช่องแสงเป็นจุดเสี่ยงน้ำรั่วของโกดัง
- โกดังสำเร็จรูปควรมีช่องแสงกี่เปอร์เซ็นต์ของหลังคา ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับการใช้งานและความร้อน หลายโครงการเลือกสัดส่วนไม่สูงเพื่อไม่ให้โกดังร้อนเกินไป
- โกดังขายเก่าที่หลังคาช่องแสงเสื่อมควรทำอย่างไร ตรวจรอยร้าวและความเหลืองของแผ่น เปลี่ยนเป็นแผ่นใหม่ และเคลือบกันรั่ว เพราะช่องแสงเสื่อมทำให้ทั้งร้อนและรั่ว
บทสรุป
ช่องแสง บนหลังคาและผนังช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงเมื่อออกแบบอย่างสมดุล เลือกวัสดุที่ป้องกัน UV วางตำแหน่งไม่ให้แดดส่องสินค้า และดูแลความสะอาดสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเลือก โกดังให้เช่า โกดังขาย หรือ โกดังสำเร็จรูป การให้ความสำคัญกับแสงธรรมชาติตั้งแต่ต้น จะช่วยลดต้นทุนพลังงานและทำให้พื้นที่ทำงานน่าใช้ขึ้นในระยะยาว
บทความที่เกี่ยวข้อง
- หลังคาโรงงาน เลือกวัสดุอย่างไร ให้ประหยัดและทนแดดฝน
- เลือกหลังคาแบบไหนให้เข้ากับโกดังแต่ละประเภท
- เลือกประตูแบบไหนดี? ให้เหมาะกับโกดังของคุณ
- พื้นโรงงานแบบไหนเหมาะกับการใช้งานจริง เลือกให้ถูก ประหยัดระยะยาว
ทำไมต้องเลือก Park Factory
PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ
ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY
ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8




