สัญญาเช่าโกดัง ควรมีอะไรบ้าง เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้ผู้ให้เช่า

ธุรกิจเช่าโกดังกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซและธุรกิจขนส่งกำลังมาแรง ซึ่งธุรกิจพวกนี้ต้องอาศัยโกดังในการเก็บสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการหลายคนอาจไม่มีพื้นที่พอที่จะสร้างโกดังเอง การเช่าโกดังจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับพวกเขาที่จะทำให้ธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว เจ้าของธุรกิจเช่าโกดังจึงต้องมีสัญญาที่บอกรายละเอียดต่างๆอย่างชัดเจนและครอบคลุมถึงประเด็นสำคัญ เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้ผู้ให้เช่า อีกทั้งยังป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ซึ่งโดยทั่วไปสัญญาเช่าโกดังควรมีรายละเอียดดังนี้

1. คู่สัญญา

ในสัญญาเช่าโกดังต้องมีชื่อของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย รวมถึงข้อมูลติดต่อของทั้งสองฝ่ายด้วย เช่น ที่อยู่ปัจจุบัน เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ อีเมล หรือช่องทางติดต่ออื่นๆ หากเป็นนิติบุคคล ให้ระบุชื่อนิติบุคคล ที่ตั้งสำนักงาน เลขทะเบียนนิติบุคคล และชื่อผู้มีอำนาจลงนามแทน ทั้งนี้ต้องระบุให้ชัดเจน เพื่อให้สัญญาเช่ามีความถูกต้องและมีผลผูกพันตามกฎหมาย

2. รายละเอียดทรัพย์สินที่เช่า

รายละเอียดทรัพย์สินที่เช่าในสัญญาเช่าโกดังต้องระบุให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งอย่างละเอียด ขนาดของโกดัง แผนผัง พื้นที่ใช้สอย ประเภทของอาคารว่าเป็นแบบไหน วัสดุที่ใช้ก่อสร้างเป็นอะไร ระบุความสูงของพื้นที่จัดเก็บสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่มีให้ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบรักษาความปลอดภัย รายการวัสดุอุปกรณ์ในโกดัง และควรมีภาพถ่ายโกดังทั้งภายในและภายนอกหลายๆมุมด้วย

3. ระยะเวลาการเช่า

เรื่องระยะเวลาการเช่าควรระบุให้ชัดเจนว่าตกลงจะให้เช่าโกดังกี่ปี หากจะต่ออายุสัญญาเช่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง และที่สำคัญควรลงวันที่เริ่มทำสัญญาและวันที่สิ้นสุดสัญญาไว้ด้วย แต่หากผู้เช่าต้องการเช่าโกดังนานเกิน 3 ปี จะต้องมีการจดทะเบียนสัญญาเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพื้นที่ที่โกดังสินค้าตั้งอยู่ โดยมีค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสัญญาเช่าอยู่ที่ร้อยละ 1 ของมูลค่าสัญญา

4. ค่าเช่าและค่าใช้จ่าย

สำหรับค่าเช่าควรระบุเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน พร้อมกำหนดวันจ่ายและวิธีการจ่ายค่าเช่าให้ชัดเจน เช่น ต้องจ่ายค่ามัดจำกี่บาท จะได้คืนตอนไหน หรือกรณีไหนที่จะถูกยึดมัดจำ การชำระค่าเช่าต้องจ่ายภายในวันที่เท่าไหร่ ให้จ่ายค่าเช่าแบบไหน เงินสด หรือเงินโอน หากจ่ายล่าช้ามีค่าปรับหรือไม่ ให้ระบุลงไปในสัญญาเช่าไว้ด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ ผู้เช่าต้องรับผิดชอบเอง ก็ให้ระบุลงไปในสัญญาเช่าด้วยเช่นกัน

5. วัตถุประสงค์การใช้โกดัง

ให้ระบุวัตถุประสงค์การใช้โกดังไว้ด้วย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน เช่น การเก็บสินค้า กระจายสินค้า รวมถึงระบุข้อห้ามต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เช่านำโกดังไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น ห้ามเก็บสารเคมีอันตราย ห้ามดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น ซึ่งการระบุวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้เป็นอย่างดี

6. การดูแลรักษาและซ่อมแซม

หน้าที่ของผู้เช่าโกดังมีอะไรบ้าง และหน้าที่ของผู้ให้เช่ามีอะไรบ้าง หากโกดังเกิดความเสียหาย แต่โดยปกติแล้วผู้เช่าจะต้องเป็นคนรักษาความสะอาดและดูแลความเรียบร้อยให้โกดังอยู่ในสภาพดี ไม่ให้เกิดความเสียหาย หากเกิดความเสียหายแต่เป็นความเสียหายเพียงเล็กน้อย เช่น ต้องซ่อมประตู เปลี่ยนหลอดไฟ ก็เป็นหน้าที่ของผู้เช่าโกดัง ส่วนผู้ให้เช่ามีหน้าที่ดูแลรักษาสภาพภายนอกของโกดัง ระบบสาธารณูปโภค และซ่อมแซมใหญ่หากเกิดความเสียหาย เช่น ซ่อมหลังคา ซ่อมผนัง เป็นต้น

7. การประกันภัย

การประกันภัยในโกดังเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งประกันอัคคีภัย ประกันภัยทรัพย์สิน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด ก็ให้ระบุลงไปในสัญญาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการทำประกันภัย รวมถึงประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก กรณีเกิดอุบัติเหตุกับลูกค้าหรือผู้มาติดต่อไว้ด้วย

8. การบอกเลิกสัญญา

การระบุการบอกเลิกสัญญาก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ควรระบุลงไปในสัญญาเช่าด้วย เพื่อป้องกันข้อพิพาทระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า โดยในสัญญาเช่าโกดังควรระบุเงื่อนไขและขั้นตอนในการบอกเลิกสัญญาเช่า รวมถึงค่าปรับหรือค่าเสียหายในกรณีบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนด และขั้นตอนการส่งมอบทรัพย์สินไว้ด้วย ซึ่งการส่งมอบทรัพย์สินนั้นต้องอยู่ไม่สภาพดี ไม่เสียหาย และครบถ้วน หากผู้เช่าไม่ส่งมอบทรัพย์สินคืน หรือส่งมอบในสภาพที่ไม่เรียบร้อย ผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้

9. ข้อกำหนดอื่นๆ

นอกจากข้อกำหนดหลักตามข้างต้นแล้ว ในสัญญาเช่าโกดังควรระบุข้อกำหนดอื่นๆ ไว้ด้วย เช่น กฎระเบียบการใช้โกดัง ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม เวลาเปิดปิดโกดัง ระเบียบการเข้าออกพื้นที่ของโกดัง, ข้อพิพาทและการระงับข้อพิพาท กำหนดขั้นตอนในการระงับข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่า ระบุว่าข้อพิพาทจะถูกระงับโดยการเจรจา ไกล่เกลี่ย หรืออนุญาโตตุลาการ, การเข้าตรวจสอบโกดังของผู้ให้เช่า กำหนดเงื่อนไขและขั้นตอนในการเข้าตรวจสอบ, การติดอากรแสตมป์ในสัญญาเช่าโกดัง ระบุว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้รับผิดชอบในการติดอากรแสตมป์ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ควรระบุอย่างละเอียดในสัญญาเช่าโกดัง เพื่อให้ผู้เช่าและผู้ให้เช่าเข้าใจในสิทธิและหน้าที่ของตนเอง อีกทั้งยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงให้ผู้ให้เช่าด้วย ที่สำคัญทั้งสองฝ่ายควรอ่านรายละเอียดในสัญญาเช่าอย่างละเอียดและทำความเข้าใจในเงื่อนไขต่างๆในสัญญาอย่างละเอียดทุกหน้าก่อนเซ็นต์สัญญา เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้อง

PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล

หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ

ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY 

ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8 

Scroll to Top