บทความและความรู้ การบริหารจัดการคลังสินค้า

Co-packing และ Kitting ในโกดัง คืออะไร ?

Co-packing และ Kitting ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าโดยไม่ต้องมีโรงงานผลิตเอง บทความนี้อธิบายความต่าง ตัวอย่างงาน การจัดพื้นที่ ขั้นตอน และการเลือกโกดังสำหรับงานเพิ่มมูลค่าสินค้า

Co-packing และ Kitting ในโกดัง คืออะไร ?

Co-packing และ Kitting ในโกดัง คืออะไร

Co-packing คืออะไร

Co-packing หรือ Contract Packing คือการรับบรรจุ แพ็กใหม่ หรือติดฉลากสินค้าแทนเจ้าของแบรนด์ เช่น เปลี่ยนกล่อง หุ้มฟิล์ม ติดสติกเกอร์ภาษา หรือแบ่งบรรจุจากหน่วยใหญ่เป็นหน่วยเล็ก ทำได้ทั้งโดยผู้ให้บริการภายนอกหรือทีมงานในโกดังของแบรนด์เอง

Kitting คืออะไร

Kitting คือการนำสินค้าหลายรายการ (หลาย SKU) มารวมเป็นชุดเดียวที่มีรหัสสินค้าใหม่ เช่น ชุดของขวัญที่มีสินค้าสามชิ้น หรือชุดอะไหล่ที่จัดไว้ให้ช่างใช้งานครบในกล่องเดียว

สรุปง่าย ๆ คือ Co-packing เน้นการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ส่วน Kitting เน้นการรวมสินค้าเป็นชุด ในทางปฏิบัติทั้งสองงานมักทำควบคู่กันในพื้นที่เดียว

ตัวอย่างงานที่นิยมทำในโกดัง

  • กิฟต์เซ็ตและกระเช้าเทศกาล เช่น ช่วงปีใหม่ ตรุษจีน หรือวันสำคัญต่าง ๆ
  • แพ็กโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือมัดรวมสินค้าหลายชิ้นในราคาพิเศษ
  • กล่องสมาชิกรายเดือน (Subscription Box) ที่ต้องจัดสินค้าต่างกันในแต่ละรอบ
  • แพ็กสำหรับวางโชว์ในร้านค้า (Display Pack) ที่ต้องประกอบชั้นกระดาษพร้อมสินค้า
  • ติดฉลากใหม่สำหรับส่งออก หรือเปลี่ยนฉลากตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง

ประโยชน์ของการทำ Co-packing และ Kitting

  1. ออกสินค้ารูปแบบใหม่ได้เร็ว ไม่ต้องรอปรับไลน์ผลิตหลัก
  2. เพิ่มยอดขายและมูลค่าต่อออเดอร์ จากชุดสินค้าและโปรโมชั่น
  3. ลดการขนส่งซ้ำซ้อน แพ็กเสร็จในโกดังแล้วส่งออกได้ทันที
  4. ยืดหยุ่นตามฤดูกาล ปรับปริมาณงานตามยอดสั่งซื้อในแต่ละช่วง

การจัดพื้นที่ทำงานในโกดัง

งานเพิ่มมูลค่าต้องแยกพื้นที่ออกจากโซนเก็บสินค้าปกติ เพื่อไม่ให้สินค้าปนกันและควบคุมคุณภาพได้ง่าย โดยทั่วไปควรแบ่งเป็นโซนดังนี้

  • โซนพักวัตถุดิบ (Staging) วางสินค้าแต่ละ SKU ที่เบิกมาสำหรับงานแต่ละรอบ
  • โซนไลน์ประกอบ โต๊ะทำงานเรียงเป็นแถว ให้สินค้าไหลจากต้นไลน์ถึงปลายไลน์ในทิศทางเดียว
  • โซนตรวจคุณภาพ สุ่มตรวจความครบถ้วน ฉลาก และสภาพบรรจุภัณฑ์ก่อนปิดกล่อง
  • โซนเก็บวัสดุบรรจุภัณฑ์ กล่อง ฟิล์ม สติกเกอร์ และวัสดุกันกระแทก แยกเก็บให้แห้งและหยิบใช้สะดวก
  • โซนพักสินค้าสำเร็จ รอเข้าคลังหรือส่งออก พร้อมป้ายระบุรหัสชุดใหม่

ขั้นตอนการทำงานที่แนะนำ

  1. รับคำสั่งงานและสูตรชุดสินค้า ระบุรายการ จำนวน และบรรจุภัณฑ์ให้ชัดเจน
  2. เบิกสินค้าและวัสดุ ตัดสต็อก SKU เดิมในระบบ
  3. ประกอบและแพ็กตามตัวอย่างมาตรฐาน ติดภาพตัวอย่างชุดที่ถูกต้องไว้ที่โต๊ะทำงาน
  4. ตรวจคุณภาพและนับจำนวน ก่อนปิดล็อต
  5. รับเข้าคลังเป็นรหัสสินค้าใหม่ เพื่อให้สต็อกในระบบตรงกับของจริง

ข้อควรรู้สำหรับสินค้าอาหารและเครื่องสำอาง

หากงานเกี่ยวข้องกับการเปิดบรรจุภัณฑ์ชั้นในหรือแบ่งบรรจุใหม่ อาจต้องมีใบอนุญาตหรือสถานที่ที่ผ่านเกณฑ์ด้านสุขลักษณะ และต้องดูแลข้อมูลบนฉลากให้ถูกต้อง ควรตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มงาน และควบคุมความสะอาด การแต่งกายของพนักงาน และการป้องกันสัตว์พาหะอย่างเคร่งครัด

ทำเองหรือจ้างผู้ให้บริการภายนอก

  • ทำเองในโกดัง เหมาะกับธุรกิจที่มีงานต่อเนื่อง ต้องการควบคุมคุณภาพและความลับของสินค้าเอง แต่ต้องลงทุนพื้นที่และกำลังคน
  • จ้างผู้ให้บริการภายนอก เหมาะกับงานเป็นครั้งคราวหรือช่วงเทศกาล ไม่ต้องลงทุนเอง แต่ต้องขนสินค้าไปมาและควบคุมคุณภาพได้น้อยกว่า

เลือกโกดังสำหรับงานเพิ่มมูลค่าสินค้า

  • โกดังให้เช่า ที่เลือกควรมีพื้นที่โล่งพอแยกไลน์แพ็กออกจากโซนเก็บสินค้า
  • แสงสว่างเพียงพอสำหรับงานตรวจรายละเอียด และระบายอากาศดี
  • มีห้องน้ำและพื้นที่พักสำหรับพนักงานจำนวนมากในช่วงงานเร่ง
  • หากเลือก เช่าโกดังเก็บของ ที่จะใช้ทำ Co-packing ด้วย ควรแจ้งเจ้าของให้ทราบลักษณะงานตั้งแต่ต้น
  • หากสร้าง โกดังสำเร็จรูป ใหม่ ให้เผื่อพื้นที่ไลน์แพ็กและเต้ารับไฟฟ้าตามแนวโต๊ะทำงาน

คำถามที่พบบ่อย

  • โกดังให้เช่าทั่วไปทำ Co-packing ได้หรือไม่ ได้ถ้าพื้นที่โล่งพอ มีไฟและแสงสว่าง และผู้ให้เช่าอนุญาต ผู้ที่เช่าโกดังเก็บของเพื่อทำงานแพ็กควรตกลงเรื่องการจัดโซนงานตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา
  • โกดังสำเร็จรูปแบบไหนเหมาะกับงาน Kitting แบบที่ผังเปิดโล่ง มีท่าขึ้นสินค้า พื้นเรียบ และเพิ่มโต๊ะทำงานได้ง่าย จึงปรับเป็นสถานีแพ็กและประกอบชุดได้สะดวก
  • ผู้ที่ทำ Co-packing เองควรมีโกดังโรงงานหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องมีของตนเอง หลายธุรกิจเริ่มจากเช่าพื้นที่ในโกดังโรงงานที่ได้รับอนุญาตครบ แล้วขยายเมื่อลูกค้าเพิ่ม

บทสรุป

Co-packing และ Kitting ช่วยเปลี่ยนโกดังจากพื้นที่เก็บของให้เป็นจุดสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งการจัดชุดโปรโมชั่น กิฟต์เซ็ต และติดฉลากใหม่ หัวใจสำคัญคือการแยกโซนงานให้ชัด มีขั้นตอนตรวจคุณภาพ และบันทึกสต็อกให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเลือก โกดังให้เช่า เช่าโกดังเก็บของ หรือสร้าง โกดังสำเร็จรูป การวางผังรองรับงานเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ธุรกิจขยายบริการได้ง่ายขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมต้องเลือก Park Factory

PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล

หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ

ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY

ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440

อีเมล์ : [email protected]

Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8