Safety Stock และจุดสั่งซื้อ คำนวณอย่างไร ?
- Safety Stock (สต็อกกันชน) ปริมาณสินค้าที่สำรองไว้เพิ่มจากความต้องการปกติ เพื่อรับมือกับยอดขายที่ผันผวนหรือซัพพลายเออร์ส่งช้า
- Reorder Point (จุดสั่งซื้อ) ระดับสต็อกที่เมื่อลดลงถึงแล้ว ต้องออกใบสั่งซื้อทันที เพื่อให้ของใหม่มาถึงก่อนสินค้าหมด
- Lead Time (ระยะเวลานำ) เวลาตั้งแต่สั่งซื้อจนได้รับสินค้าเข้าโกดัง
ทั้งสามอย่างเชื่อมโยงกัน หากรู้ว่าสินค้าขายวันละกี่ชิ้นและใช้เวลาสั่งกี่วัน ก็คำนวณจุดสั่งซื้อได้
สูตรคำนวณจุดสั่งซื้อ
สูตรพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไปคือ
- จุดสั่งซื้อ = (ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน × Lead Time เป็นวัน) + Safety Stock
ตัวอย่าง สินค้า A ขายเฉลี่ยวันละ 40 ชิ้น ใช้เวลาสั่งซื้อ 10 วัน และกำหนด Safety Stock 150 ชิ้น จุดสั่งซื้อคือ (40 × 10) + 150 = 550 ชิ้น หมายความว่าเมื่อสต็อกลดลงถึง 550 ชิ้นต้องสั่งซื้อทันที
คำนวณ Safety Stock อย่างไร
วิธีง่ายที่ธุรกิจเริ่มต้นใช้ คือเอายอดขายสูงสุดต่อวัน ลบด้วยยอดขายเฉลี่ยต่อวัน แล้วคูณด้วย Lead Time ตัวอย่างเช่น ยอดขายสูงสุด 55 ชิ้นต่อวัน เฉลี่ย 40 ชิ้นต่อวัน และ Lead Time 10 วัน จะได้ (55 − 40) × 10 = 150 ชิ้น
หากมีข้อมูลยอดขายย้อนหลังจำนวนมาก ใช้ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของความต้องการช่วยคำนวณ ได้สูตร Safety Stock = Z × σ × √Lead Time โดย Z คือค่าระดับการให้บริการที่ต้องการ เช่น 1.65 สำหรับประมาณ 95% และ σ คือค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของยอดขายต่อวัน วิธีนี้เหมาะกับสินค้าที่ยอดขายผันผวน และสามารถใช้โปรแกรมสเปรดชีตหรือระบบ WMS ช่วยคำนวณได้
ปัจจัยที่ทำให้ต้องปรับค่า
- ความผันผวนของยอดขาย สินค้าตามฤดูกาลหรือแคมเปญต้องการสต็อกกันชนมากกว่า
- ความน่าเชื่อถือของซัพพลายเออร์ ถ้าส่งช้าบ่อย ต้องเพิ่ม Safety Stock หรือหาซัพพลายเออร์สำรอง
- ต้นทุนสินค้าและค่าเก็บ สินค้าราคาสูงหรือหมดอายุเร็วควรสำรองน้อยลง
- ผลกระทบเมื่อของขาด สินค้าหลักที่ทำให้ลูกค้าหายไปควรสำรองมากกว่าสินค้าทดแทนได้
- ขนาดและน้ำหนักสินค้า สินค้าชิ้นใหญ่กินพื้นที่โกดังมาก ต้องบาลานซ์กับพื้นที่ที่มี
จัดกลุ่มสินค้าก่อนกำหนดค่า
ไม่จำเป็นต้องคำนวณละเอียดทุกรหัสสินค้าเท่ากัน ให้จัดกลุ่มแบบ ABC โดยกลุ่ม A คือสินค้ามูลค่าสูงหรือขายเร็ว ควรคำนวณและทบทวนบ่อย กลุ่ม B ปานกลาง และกลุ่ม C มูลค่าต่ำ ใช้กฎง่าย ๆ ได้ เช่น สั่งตามรอบเวลาที่แน่นอน การจัดกลุ่มช่วยใช้เวลาและความสนใจของทีมให้คุ้มค่า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ค่าเฉลี่ยยอดขายเก่า โดยไม่ปรับตามแนวโน้มปัจจุบัน
- ไม่นับ Lead Time ที่แท้จริง รวมเวลาตรวจรับและนำเข้าชั้น
- ตั้งค่าครั้งเดียวแล้วไม่ทบทวน ทั้งที่ยอดขายและซัพพลายเออร์เปลี่ยน
- ตัวเลขสต็อกในระบบไม่ตรงกับของจริง ทำให้จุดสั่งซื้อผิดพลาด
- สั่งซื้อตามขั้นต่ำของซัพพลายเออร์โดยไม่พิจารณาพื้นที่เก็บ
การนับสต็อกเป็นระยะและบันทึกการรับ–จ่ายให้ถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานที่ทำให้สูตรเหล่านี้ใช้ได้ผล
เลือกพื้นที่โกดังให้สอดคล้องกับนโยบายสต็อก
ก่อนตัดสินใจเลือก โกดังให้เช่า หรือ เช่าโกดังเก็บของ ควรประเมินระดับสต็อกสูงสุดที่ต้องเก็บ ซึ่งคือจุดสั่งซื้อบวกปริมาณที่สั่งแต่ละครั้ง แล้วแปลงเป็นจำนวนพาเลทและพื้นที่ที่ต้องใช้ ส่วนผู้ที่สร้าง โกดังสำเร็จรูป เองควรเผื่อพื้นที่สำหรับช่วงที่สต็อกสูงสุด เช่น ก่อนแคมเปญหรือช่วงเทศกาล
- ประเมินจำนวนพาเลทสูงสุดที่ต้องเก็บในช่วงพีก
- ความสูงของอาคารและชั้นวางที่ใช้ได้จริง
- พื้นที่รับสินค้าเข้า–ตรวจรับก่อนจัดเก็บ
- ทางเข้าออกสำหรับรถบรรทุกที่ส่งสินค้าตามรอบสั่งซื้อ
- ความยืดหยุ่นของสัญญาเช่าหากต้องเพิ่มพื้นที่
คำถามที่พบบ่อย
- Safety Stock ควรเป็นกี่วันของยอดขาย ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับความผันผวนของยอดขายและ Lead Time ของซัพพลายเออร์ ควรคำนวณจากข้อมูลจริง
- เช่าโกดังเก็บของต้องเผื่อพื้นที่เท่าไรสำหรับสต็อกสูงสุด ให้คำนวณสต็อกสูงสุดจากจุดสั่งซื้อรวมปริมาณสั่งแต่ละครั้ง แล้วเผื่อช่วงแคมเปญ ผู้ที่ใช้โกดังให้เช่าควรตรวจว่าขยายพื้นที่ได้หรือไม่
- โกดังสำเร็จรูปช่วยจัดการสต็อกได้อย่างไร ถ้ามีผังโล่งและพื้นที่รับสินค้าเพียงพอ จะจัดโซนเก็บตามกลุ่ม ABC และวางตำแหน่งสินค้าขายดีได้ง่าย
บทสรุป
Safety Stock และจุดสั่งซื้อช่วยให้ธุรกิจมีสินค้าพอขายโดยไม่สต็อกเกินจำเป็น เริ่มจากสูตรง่าย ๆ จัดกลุ่มสินค้า ทบทวนค่าเป็นระยะ และรักษาความถูกต้องของตัวเลขสต็อก ไม่ว่าคุณจะใช้ โกดังให้เช่า เช่าโกดังเก็บของ หรือ โกดังสำเร็จรูป ของตนเอง การบริหารสต็อกที่ดีทำให้ใช้พื้นที่คุ้มและเงินทุนหมุนเวียนคล่องตัว
บทความที่เกี่ยวข้อง
- พื้นที่โกดังใช้งานไม่คุ้ม จัดเก็บไม่เป็นระบบ แก้ยังไงโดยไม่ต้องขยายโกดัง
- 7 วิธีจัดการสต๊อกสินค้าในโกดัง E-commerce ไม่ให้ผิดพลาดและลดของค้างสต๊อก
- เลือกชั้นวางของในโกดังอย่างไรให้เหมาะกับประเภทสินค้า
- เจาะเทรนด์ WMS 2026: พลิกโฉมการจัดการคลังสินค้า และ ทางเลือก “โกดังให้เช่า” หรือ “ซื้อขาด” แบบไหนคุ้มค่าที่สุดในปีนี้
ทำไมต้องเลือก Park Factory
PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ
ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY
ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8




