บทความและความรู้ โรงงานประหยัดพลังงานและ Energy Efficiency

เครื่องอัดอากาศกินไฟสูงกว่าที่คิด โรงงานลดการสูญเสียพลังงานได้อย่างไร

เครื่องอัดอากาศเป็นระบบที่ใช้พลังงานสูงในโรงงาน ปัญหาลมรั่ว แรงดันสูงเกินไป และการบำรุงรักษาที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ค่าไฟเพิ่มโดยไม่จำเป็น

เครื่องอัดอากาศกินไฟสูงกว่าที่คิด โรงงานลดการสูญเสียพลังงานได้อย่างไร

ระบบลมอัดเป็นระบบที่โรงงานจำนวนมากใช้งานอยู่ทุกวันครับ ตั้งแต่เครื่องจักร ระบบนิวเมติก งานเป่าทำความสะอาด ไปจนถึงอุปกรณ์ในสายการผลิต แต่สิ่งที่หลายธุรกิจอาจมองข้ามคือ การผลิตลมอัดต้องใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก

ปัญหาคือพลังงานที่ใช้ผลิตลมไม่ได้ถูกนำไปใช้งานทั้งหมด หากระบบมีจุดรั่ว ตั้งแรงดันสูงเกินไป หรือเครื่องอัดอากาศทำงานในช่วงที่ไม่มีความต้องการจริง ค่าไฟก็สามารถเพิ่มขึ้นได้โดยที่ปริมาณการผลิตไม่ได้เพิ่มตามครับ ดังนั้น หากโรงงานกำลังมองหาวิธีลดค่าไฟ ระบบลมอัดเป็นหนึ่งในจุดที่ควรนำมาตรวจสอบอย่างจริงจัง

ลมรั่วเล็ก ๆ หลายจุด รวมกันอาจเสียพลังงานมาก

เสียงลมรั่วตามข้อต่อ วาล์ว สายลม หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ อาจดูเป็นเรื่องเล็กครับ แต่หากโรงงานมีจุดรั่วหลายแห่งและระบบทำงานตลอดทั้งวัน เครื่องอัดอากาศก็ต้องทำงานเพิ่มเพื่อรักษาแรงดันในระบบ

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือโรงงานคุ้นเคยกับเสียงรั่วจนมองว่าเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีเสียงเครื่องจักรดังอยู่แล้ว การตรวจหารอยรั่วเป็นประจำและซ่อมทันทีเมื่อพบ จึงเป็นหนึ่งในวิธีลดการสูญเสียที่เริ่มทำได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องอัดอากาศใหม่ครับ

แรงดันสูงกว่าไม่ได้หมายความว่าทำงานดีกว่า

บางโรงงานตั้งแรงดันระบบสูงไว้ก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องจักรทุกจุดได้รับลมเพียงพอครับ แต่แรงดันที่สูงเกินความจำเป็นทำให้เครื่องอัดอากาศต้องใช้พลังงานมากขึ้น

ก่อนเพิ่มแรงดัน ควรตรวจสอบก่อนว่าปัญหาเกิดจากอะไร เช่น ท่อมีขนาดไม่เหมาะสม Filter อุดตัน จุดใช้งานอยู่ไกล หรือระบบมีลมรั่ว หากแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มแรงดันเพียงอย่างเดียว เครื่องอาจต้องทำงานหนักขึ้น ขณะที่ต้นเหตุของปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขครับ

จุดที่มักทำให้พลังงานหายไปโดยไม่รู้ตัว

ลองเดินสำรวจระบบลมอัดตั้งแต่เครื่องไปจนถึงจุดใช้งานจริงครับ หลายโรงงานมักพบการสูญเสียจากเรื่องใกล้ตัว เช่น

  • ข้อต่อและสายลมรั่ว ทำให้เครื่องต้องผลิตลมชดเชยตลอดเวลา
  • ตั้งแรงดันสูงเกินความจำเป็น เพิ่มภาระให้เครื่องโดยไม่ได้ช่วยกระบวนการผลิตมากขึ้น
  • Filter สกปรกหรืออุดตัน ทำให้เกิดแรงดันตกในระบบ
  • เปิดเครื่องทิ้งไว้ช่วงไม่มีการผลิต ทั้งที่ความต้องการลมต่ำมาก
  • ใช้ลมอัดกับงานที่ไม่จำเป็น เช่น เป่าพื้นหรือเป่าทำความสะอาดในงานที่มีวิธีอื่นใช้พลังงานต่ำกว่า

จุดเหล่านี้อาจดูเล็กเมื่อแยกกัน แต่เมื่อเกิดพร้อมกันหลายจุดก็สามารถทำให้ระบบใช้พลังงานสูงขึ้นได้ครับ

เครื่องอัดอากาศใหญ่เกินไปก็ไม่ได้ประหยัดเสมอ

การเลือกเครื่องขนาดใหญ่เผื่ออนาคตอาจดูปลอดภัย แต่หากความต้องการลมจริงต่ำกว่าความสามารถของเครื่องมาก ระบบอาจทำงานในสภาวะที่ไม่มีประสิทธิภาพครับ

โรงงานจึงควรดูรูปแบบการใช้ลมตลอดวัน เช่น ช่วงไหนใช้สูงที่สุด ช่วงไหนลดลง และมีเครื่องจักรใดใช้ลมพร้อมกันบ้าง หากความต้องการเปลี่ยนแปลงมาก อาจพิจารณาการจัดลำดับการเดินเครื่อง หรือเลือกเทคโนโลยีควบคุมที่เหมาะกับโหลดจริง แทนการเปิดเครื่องทุกตัวพร้อมกันตลอดเวลา

ลองดูช่วงพักกลางวันหรือหลังเลิกกะ

มีวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้เห็นปัญหาระบบลมอัดได้ครับ คือสังเกตช่วงที่สายการผลิตหยุด แต่เครื่องอัดอากาศยังทำงานอยู่  หากเครื่องยังต้องเดินบ่อยเพื่อรักษาแรงดัน ทั้งที่แทบไม่มีอุปกรณ์ใช้งาน อาจเป็นสัญญาณว่าระบบมีการรั่วหรือมีจุดที่ยังใช้ลมโดยไม่จำเป็น

ช่วงเวลาที่โรงงานเงียบยังช่วยให้ฟังเสียงลมรั่วได้ง่ายกว่าตอนเดินเครื่องเต็มกำลังครับ จึงเหมาะกับการสำรวจระบบเบื้องต้นก่อนตรวจละเอียดเพิ่มเติม

การบำรุงรักษามีผลกับค่าไฟโดยตรง

เครื่องอัดอากาศที่ไม่ได้รับการดูแลตามรอบอาจต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อผลิตลมในปริมาณเท่าเดิมครับ Filter ที่สกปรก ระบบระบายความร้อนทำงานไม่ดี น้ำมันเสื่อม หรืออุปกรณ์ควบคุมทำงานผิดปกติ ล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องได้

จึงควรดูข้อมูลการทำงานย้อนหลัง เช่น ชั่วโมงเดินเครื่อง อุณหภูมิ แรงดัน และการใช้ไฟ หากพบว่าเครื่องใช้พลังงานมากขึ้นทั้งที่ปริมาณการผลิตเท่าเดิม ก็ควรตรวจหาสาเหตุครับ

ความร้อนจากเครื่องอาจนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้

ระหว่างการผลิตลมอัด พลังงานส่วนหนึ่งจะกลายเป็นความร้อนครับ ในบางโรงงานสามารถนำความร้อนนี้กลับมาใช้กับงานอื่นได้ เช่น ช่วยผลิตน้ำร้อนหรือใช้กับกระบวนการที่ต้องการความร้อนระดับเหมาะสม

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกโรงงานจะสามารถนำความร้อนกลับมาใช้ได้ทันที เพราะต้องดูตำแหน่งเครื่อง ระบบเดิม และความต้องการพลังงานของกระบวนการอื่นร่วมกัน แต่สำหรับโรงงานที่ใช้เครื่องอัดอากาศขนาดใหญ่และทำงานต่อเนื่อง แนวคิด Heat Recovery ก็เป็นอีกทางเลือกที่ควรนำมาประเมินครับ

ถ้าอยากลดค่าไฟ ควรเริ่มตรงไหนก่อน

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการซื้อเครื่องใหม่ครับ โรงงานสามารถเริ่มจากการเก็บข้อมูลการใช้ลมและพลังงานจริงก่อน แล้วดูว่าความสูญเสียส่วนใหญ่เกิดตรงไหน

อาจเริ่มจากตรวจรอยรั่ว ปรับแรงดันให้เหมาะสม เปลี่ยน Filter ตามรอบ ปิดจุดใช้งานที่ไม่จำเป็น และจัดเวลาการเดินเครื่องให้สัมพันธ์กับการผลิต หลังจากนั้นจึงประเมินว่าการปรับระบบท่อ การเปลี่ยนเครื่อง หรือเพิ่มระบบควบคุมจะคุ้มค่าหรือไม่

เครื่องอัดอากาศจึงเป็นระบบที่ไม่ควรมองเฉพาะตัวเครื่องครับ เพราะประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับทั้งการผลิตลม ระบบท่อ การควบคุมแรงดัน และพฤติกรรมการใช้งานปลายทาง

สำหรับโรงงานให้เช่าหรือโรงงานที่กำลังเพิ่มกำลังการผลิต การวางระบบลมอัดให้สอดคล้องกับความต้องการจริงตั้งแต่ต้น จะช่วยลดการสูญเสียพลังงาน และทำให้ควบคุมค่าไฟได้ง่ายกว่าการแก้ไขหลังระบบขยายจนซับซ้อนครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล

หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ

ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY

ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
Facebook : Park Factory - ขาย ให้เช่า โกดัง โรงงานพร้อมออฟฟิศ
Instagram : park_factory
Tiktok : Park Factory โกดังให้เช่า
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8