ระบบลมอัดในโรงงาน ดูแลอย่างไรไม่ให้เปลืองไฟ ?
ระบบลมอัดคือระบบที่ใช้เครื่องอัดลม (คอมเพรสเซอร์) ดูดอากาศภายนอกมาอัดให้มีแรงดันสูง แล้วส่งผ่านท่อไปใช้งานตามจุดต่าง ๆ ในโรงงาน การใช้งานที่พบบ่อย เช่น
- เครื่องมือลม ประแจลม ปืนยิงลม เครื่องขัด เครื่องพ่นสี
- เครื่องจักรอัตโนมัติ กระบอกสูบลม วาล์ว และอุปกรณ์จับยึด
- งานบรรจุและแพ็กกิ้ง เครื่องปิดฝา เครื่องบรรจุ ระบบคัดแยก
- งานทำความสะอาด เป่าฝุ่นและเศษชิ้นงาน
องค์ประกอบหลักของระบบ
- คอมเพรสเซอร์ ชนิดลูกสูบเหมาะกับงานขนาดเล็กและใช้ไม่ต่อเนื่อง ส่วนชนิดสกรูเหมาะกับงานต่อเนื่องและปริมาณลมสูง
- ถังเก็บลม ช่วยรักษาแรงดันให้คงที่และลดการเปิดปิดของคอมเพรสเซอร์
- เครื่องทำลมแห้ง (Air Dryer) ลดความชื้นในลม ป้องกันน้ำเข้าสู่เครื่องจักร
- ไส้กรองลม กรองฝุ่น น้ำมัน และความชื้น ตามระดับความสะอาดที่งานต้องการ
- ท่อลมและอุปกรณ์ข้อต่อ ส่งลมไปยังจุดใช้งาน
- วาล์วระบายน้ำ ระบายน้ำที่กลั่นตัวออกจากระบบ
เลือกขนาดระบบให้เหมาะกับการใช้งาน
การเลือกขนาดต้องเริ่มจากรวมปริมาณลมที่เครื่องมือและเครื่องจักรทุกตัวใช้ และแรงดันที่ต้องการสูงสุด จากนั้นเผื่อส่วนสำหรับการขยายงานในอนาคตและการใช้งานพร้อมกัน ควรให้วิศวกรหรือผู้จำหน่ายที่มีประสบการณ์ช่วยคำนวณ เพราะระบบที่เล็กเกินไปทำให้แรงดันตกและเครื่องจักรทำงานผิดปกติ ส่วนระบบที่ใหญ่เกินไปทำให้เปลืองไฟและค่าลงทุน
- ตั้งแรงดันให้พอดีกับที่เครื่องมือต้องการ ไม่ตั้งสูงเผื่อโดยไม่จำเป็น เพราะทุกการเพิ่มแรงดันใช้พลังงานมากขึ้น
- พิจารณาคอมเพรสเซอร์ปรับความเร็วรอบ (VSD) หากความต้องการลมขึ้นลงมาก
- แยกจุดที่ต้องการแรงดันสูงเป็นพิเศษ แทนที่จะเพิ่มแรงดันของทั้งระบบ
การจัดห้องคอมเพรสเซอร์
- ระบายอากาศดี คอมเพรสเซอร์ปล่อยความร้อนมาก ห้องที่ร้อนจัดทำให้ประสิทธิภาพลดและอายุสั้นลง
- อากาศดูดเข้าสะอาดและเย็น ฝุ่นมากทำให้ไส้กรองตันเร็ว
- พื้นเรียบและรับน้ำหนักได้ คอมเพรสเซอร์และถังเก็บลมมีน้ำหนักมาก
- ไฟฟ้าเพียงพอ ตรวจขนาดสายไฟและเบรกเกอร์ให้เหมาะกับมอเตอร์ รวมถึงกระแสตอนสตาร์ท
- เสียงและการสั่นสะเทือน แยกห้องหรือทำฉนวนกันเสียงเพื่อไม่ให้รบกวนพื้นที่ทำงาน
- เข้าซ่อมบำรุงสะดวก เว้นทางเดินรอบเครื่องและพื้นที่ถอดไส้กรอง
ลมรั่ว ต้นเหตุของค่าไฟที่สูญเปล่า
ในโรงงานที่ไม่ได้ตรวจสอบ ลมรั่วตามข้อต่อ สายลม และอุปกรณ์เก่าอาจสูญเสียลมอัดเป็นสัดส่วนไม่น้อย แหล่งข้อมูลด้านการประหยัดพลังงานหลายแห่งระบุว่าอาจสูญเสียไปประมาณหนึ่งในห้าถึงหนึ่งในสามของลมที่ผลิต ซึ่งหมายถึงคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชย ตัวเลขจริงขึ้นกับสภาพของแต่ละโรงงาน
- ตรวจฟังเสียงลมรั่วในช่วงที่เครื่องจักรหยุดทำงาน
- ใช้น้ำสบู่ฉีดตามข้อต่อ หากมีฟองแสดงว่ารั่ว
- ใช้เครื่องตรวจจับลมรั่วอัลตราโซนิก หากต้องการความแม่นยำ
- ปิดวาล์วจุดที่ไม่ได้ใช้งาน และเปลี่ยนสายลมและข้อต่อที่เสื่อมสภาพ
- จดบันทึกและตรวจเป็นรอบ เช่น ทุกเดือนหรือไตรมาส
การดูแลรักษาประจำ
- ระบายน้ำจากถังและตัวกรองตามรอบ หรือใช้วาล์วระบายน้ำอัตโนมัติ
- เปลี่ยนไส้กรองลมและน้ำมันคอมเพรสเซอร์ตามที่ผู้ผลิตกำหนด
- ตรวจอุณหภูมิและเสียงผิดปกติของเครื่อง
- ทำความสะอาดครีบระบายความร้อนและช่องดูดอากาศ
- เก็บบันทึกการบำรุงรักษา เพื่อวางแผนซ่อมก่อนเครื่องเสีย
ควรมีแผนสำรอง เช่น คอมเพรสเซอร์เครื่องที่สอง หรือสัญญาบริการซ่อมด่วน หากสายการผลิตหยุดทันทีเมื่อไม่มีลม
เช็กลิสต์ก่อนเลือกอาคารที่ต้องใช้ระบบลมอัด
ก่อนตัดสินใจเลือก โกดังให้เช่า หรือ เช่าโกดังเก็บของ เพื่อทำโรงงานที่ใช้ลมอัด ควรตรวจสอบว่าอาคารรองรับได้หรือไม่ และหากสร้าง โกดังสำเร็จรูป ควรกำหนดตำแหน่งห้องคอมเพรสเซอร์และแนวท่อไว้ในแบบตั้งแต่แรก
- กำลังไฟฟ้าและหม้อแปลงเพียงพอสำหรับคอมเพรสเซอร์
- มีพื้นที่และการระบายอากาศเหมาะสมสำหรับห้องเครื่อง
- แนวเดินท่อลมและจุดยึดบนโครงสร้างอาคาร
- ผู้ให้เช่าอนุญาตให้ติดตั้งและรื้อถอนเมื่อหมดสัญญา
- เสียงจากห้องเครื่องไม่รบกวนอาคารข้างเคียง
คำถามที่พบบ่อย
- ระบบลมอัดควรตรวจลมรั่วบ่อยแค่ไหน แนะนำอย่างน้อยทุกเดือนถึงไตรมาส เพราะลมรั่วเป็นต้นเหตุหลักของค่าไฟที่สูญเปล่าในระบบลมอัด
- โกดังให้เช่าติดตั้งระบบลมอัดได้หรือไม่ ต้องขออนุญาตผู้ให้เช่าเรื่องการยึดอุปกรณ์ ห้องคอมเพรสเซอร์ และเสียงรบกวน ผู้ที่เช่าโกดังเก็บของสำหรับงานผลิตควรตกลงก่อนทำสัญญา
- โกดังสำเร็จรูปควรเตรียมอะไรสำหรับระบบลมอัด เตรียมพื้นที่ห้องเครื่อง ไฟฟ้า และแนวท่อลมไว้ในแบบ เพื่อให้ระบบลมอัดติดตั้งและบำรุงรักษาได้สะดวก
บทสรุป
ระบบลมอัดที่ดีต้องเลือกขนาดพอดี จัดห้องเครื่องให้ระบายอากาศ ตรวจหาลมรั่วสม่ำเสมอ และบำรุงรักษาตามรอบ ซึ่งช่วยลดค่าไฟและป้องกันสายการผลิตหยุดชะงัก ไม่ว่าคุณจะเลือก โกดังให้เช่า เช่าโกดังเก็บของ หรือ โกดังสำเร็จรูป ของตนเอง การวางแผนเรื่องลมอัดตั้งแต่ต้นช่วยประหยัดต้นทุนระยะยาว
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ค่าไฟโรงงานเพิ่มขึ้นทุกปี เกิดจากอะไร และควรแก้ที่จุดไหนก่อน
- โรงงานค่าไฟสูงผิดปกติ เกิดจากอะไร และลดต้นทุนได้อย่างไร
- 8 เคล็ดลับประหยัดไฟในโกดังเก็บของ
- ค่าไฟ TOU คืออะไร คุ้มไหมสำหรับโรงงานและโกดังให้เช่า
ทำไมต้องเลือก Park Factory
PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ
ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY
ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8




