บทความและความรู้ ระบบความปลอดภัยและป้องกันอัคคีภัย

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในโกดัง ต้องตรวจเช็กอะไรบ้าง ?

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ช่วยให้รู้ก่อนไฟลาม บทความนี้อธิบายหลักการทำงาน ส่วนประกอบ ระบบ Conventional กับ Addressable การเลือกอุปกรณ์ตรวจจับ การบำรุงรักษา และการเชื่อมกับระบบดับเพลิง

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในโกดัง ต้องตรวจเช็กอะไรบ้าง ?

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในโกดัง ต้องตรวจเช็กอะไรบ้าง

หลักการทำงานแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ตรวจจับ ประมวลผล และแจ้งเตือน ขั้นตอนโดยรวมมีดังนี้

  1. อุปกรณ์ตรวจจับพบควัน ความร้อน หรือมีคนกดสวิตช์แจ้งเหตุ
  2. ตู้ควบคุมรับสัญญาณและระบุว่าเหตุเกิดในโซนหรือจุดใด
  3. ระบบสั่งเสียงเตือนและไฟกะพริบให้ทุกคนในอาคารรับรู้
  4. ผู้รับผิดชอบตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เริ่มดับเพลิงขั้นต้น และสั่งอพยพตามแผน

ส่วนประกอบหลักที่ควรรู้จัก

  • ตู้ควบคุม (Fire Alarm Control Panel) หัวใจของระบบ แสดงสถานะ โซนที่เกิดเหตุ และสัญญาณขัดข้อง ควรมีแบตเตอรี่สำรองเพื่อให้ทำงานได้แม้ไฟฟ้าดับ
  • อุปกรณ์ตรวจจับควัน (Smoke Detector) ตรวจจับควันได้เร็ว เหมาะกับพื้นที่สะอาด
  • อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน (Heat Detector) ทำงานเมื่ออุณหภูมิสูงผิดปกติหรือเพิ่มขึ้นเร็ว
  • อุปกรณ์ตรวจจับควันแบบลำแสง (Beam Detector) ส่งลำแสงข้ามพื้นที่กว้าง เหมาะกับโกดังเพดานสูงที่ติดตั้งหัวตรวจจับแบบจุดได้ยาก
  • สวิตช์แจ้งเหตุด้วยมือ (Manual Call Point) ให้คนที่พบเหตุกดแจ้งได้ทันที มักติดตั้งใกล้ทางออกและเส้นทางหนีไฟ
  • อุปกรณ์แจ้งเตือน (Bell / Horn / Strobe) ทั้งเสียงและไฟกะพริบ ช่วยให้คนในพื้นที่เสียงดังรับรู้เหตุได้

ระบบแบบ Conventional กับ Addressable ต่างกันอย่างไร

แบบ Conventional

แบ่งพื้นที่เป็นโซน ตู้ควบคุมบอกได้ว่าเกิดเหตุในโซนใด แต่ไม่ระบุอุปกรณ์ตัวไหน ราคาประหยัด เหมาะกับอาคารขนาดเล็กถึงกลาง

แบบ Addressable

อุปกรณ์แต่ละตัวมีรหัสเฉพาะ ตู้ควบคุมจึงแสดงตำแหน่งได้ละเอียดถึงระดับจุด และตรวจพบอุปกรณ์ขัดข้องได้ง่าย เหมาะกับโกดังขนาดใหญ่หรืออาคารหลายหลัง แม้ต้นทุนสูงกว่าแต่ช่วยลดเวลาค้นหาจุดเกิดเหตุได้มาก

เลือกอุปกรณ์ตรวจจับให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่

การใช้อุปกรณ์ชนิดเดียวทั้งอาคารอาจทำให้เตือนช้าหรือเตือนผิดบ่อย แนวคิดในการเลือกมีดังนี้

  • พื้นที่เก็บสินค้าทั่วไปเพดานสูง พิจารณาอุปกรณ์แบบลำแสงหรือระบบที่ออกแบบสำหรับพื้นที่สูงโดยเฉพาะ
  • โซนฝุ่นมาก ไอน้ำ หรือมีควันจากเครื่องจักร เช่น พื้นที่ผลิตหรือห้องครัว ควรใช้อุปกรณ์ตรวจจับความร้อนแทนแบบควัน
  • สำนักงาน ห้องเซิร์ฟเวอร์ และห้องไฟฟ้า ใช้อุปกรณ์ตรวจจับควันเพื่อให้รู้ตัวเร็วที่สุด

ตำแหน่งและระยะติดตั้งควรให้วิศวกรออกแบบตามมาตรฐาน วสท. และกฎหมายควบคุมอาคาร โดยคำนึงถึงความสูงเพดาน โครงหลังคา และชั้นวางที่อาจบังควัน

การตรวจเช็กและบำรุงรักษาที่ควรทำเป็นประจำ

ระบบที่ไม่ได้ดูแลอาจไม่ทำงานในวันที่จำเป็นที่สุด ควรวางรอบการตรวจดังนี้

  1. ตรวจด้วยสายตาเป็นประจำ ดูไฟสถานะที่ตู้ควบคุมว่าปกติ ไม่มีสัญญาณขัดข้อง และอุปกรณ์ไม่ถูกสินค้าหรือวัสดุบัง
  2. ทดสอบเสียงเตือนและสวิตช์แจ้งเหตุ สุ่มกดทดสอบตามรอบที่กำหนด และแจ้งพนักงานล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ตกใจ
  3. ทำความสะอาดอุปกรณ์ตรวจจับ ฝุ่นที่สะสมเป็นสาเหตุหลักของการเตือนผิดและความไวที่ลดลง
  4. ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจทั้งระบบเป็นระยะ และเก็บบันทึกผลการตรวจไว้เป็นหลักฐาน

สาเหตุของการแจ้งเตือนผิดพลาด และวิธีป้องกัน

การเตือนผิดบ่อยทำให้พนักงานไม่เชื่อเสียงเตือน หรือบางแห่งถึงขั้นปิดระบบทิ้ง ซึ่งอันตรายมาก สาเหตุที่พบบ่อยคือฝุ่นและแมลงในหัวตรวจจับ ควันจากรถยกหรืองานเชื่อม และการเลือกอุปกรณ์ไม่ตรงกับพื้นที่ วิธีแก้คือเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะ ทำความสะอาดตามรอบ และหากต้องพักระบบชั่วคราวระหว่างงานที่มีควัน ให้ผู้รับผิดชอบเปิดคืนทันทีหลังเสร็จงาน

เชื่อมโยงกับระบบดับเพลิงและแผนอพยพ

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเชื่อมกับระบบอื่น เช่น ส่งสัญญาณไปยังห้องรักษาความปลอดภัย ประสานกับระบบสปริงเกอร์หรือปั๊มน้ำดับเพลิง และต้องมีแผนอพยพ จุดรวมพล และผู้รับผิดชอบแต่ละโซน พร้อมซ้อมอพยพอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่ควรตรวจก่อนเช่าหรือซื้อโกดัง

  • มี ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ติดตั้งครอบคลุมทุกพื้นที่หรือไม่ เป็นแบบใด และมีเอกสารแบบติดตั้งหรือผลตรวจล่าสุดให้ดูหรือไม่
  • ตู้ควบคุมไม่มีไฟเตือนขัดข้องค้างอยู่ และอุปกรณ์เหมาะกับความสูงเพดานและสินค้าที่จะเก็บ
  • หากเป็น โกดังให้เช่า ควรตกลงในสัญญาว่าใครรับผิดชอบค่าตรวจบำรุงรักษาและการแก้ไขระบบ
  • ผู้ที่ เช่าโกดังเก็บของ สินค้าไวไฟหรือมูลค่าสูง ควรสอบถามบริษัทประกันภัยด้วยว่ามีเงื่อนไขเรื่องระบบตรวจจับเพลิงอย่างไร
  • หากสร้าง โกดังสำเร็จรูป ใหม่ ควรวางระบบตั้งแต่ขั้นออกแบบ และตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานท้องถิ่นและผู้เชี่ยวชาญ

คำถามที่พบบ่อย

  • โกดังให้เช่ามีระบบ Fire Alarm ของโครงการหรือไม่ ขึ้นกับโครงการ ผู้ที่เช่าโกดังเก็บของควรถามว่าระบบครอบคลุมพื้นที่เช่า และใครรับผิดชอบการตรวจเช็ก
  • โกดังสำเร็จรูปควรเลือกระบบแบบไหน ถ้าอาคารไม่ใหญ่มาก ระบบ Conventional เพียงพอ แต่โกดังโรงงานขนาดใหญ่หรือหลายโซนควรพิจารณา Addressable เพื่อระบุจุดเกิดเหตุได้แม่นยำ
  • ตรวจ Fire Alarm บ่อยแค่ไหน ควรทดสอบตามรอบที่ผู้ผลิตหรือวิศวกรกำหนด และบันทึกผลทุกครั้ง โดยเฉพาะก่อนต่อสัญญาเช่าโกดังหรือซื้อโกดังขาย

บทสรุป

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ที่ดีต้องเลือกอุปกรณ์ให้ตรงกับพื้นที่ ติดตั้งตามมาตรฐาน และได้รับการตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ติดตั้งไว้เพื่อให้ผ่านการตรวจเท่านั้น ไม่ว่าจะเลือก โกดังให้เช่า หรือ โกดังสำเร็จรูป สำหรับ เช่าโกดังเก็บของ การตรวจระบบนี้ตั้งแต่ก่อนเข้าใช้งาน จะช่วยปกป้องทั้งชีวิตพนักงานและทรัพย์สินของธุรกิจในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมต้องเลือก Park Factory

PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล

หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ

ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY

ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440

อีเมล์ : [email protected]

Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8