บทความและความรู้ ความรู้พื้นฐานและการออกแบบโกดัง–โรงงาน

ลิฟต์ขนของในโกดัง เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ?

โกดังและโรงงานสองชั้นต้องมีวิธีขนสินค้าขึ้นลง บทความนี้เปรียบเทียบประเภทลิฟต์ขนของ สเปกที่ต้องดู มาตรฐานความปลอดภัย พื้นที่และโครงสร้างที่ต้องเตรียม และการบำรุงรักษา

ลิฟต์ขนของในโกดัง เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ?

ลิฟต์ขนของในโกดัง เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย

  • ใช้ชั้นลอยหรือชั้นบนเก็บสต็อกที่ต้องหยิบเข้าออกทุกวัน
  • มีสำนักงานหรือห้องเก็บเอกสารชั้นบนที่ต้องขนวัสดุและอุปกรณ์เป็นประจำ
  • สินค้ามีน้ำหนักหรือขนาดเกินกว่าที่คนจะยกขึ้นบันไดได้อย่างปลอดภัย
  • ต้องการลดเวลาและแรงงานในการเคลื่อนย้ายระหว่างชั้น

หากกำลังวางแผนทำชั้นลอย สามารถอ่านบทความเรื่องชั้นลอยในโกดังของเราประกอบ ส่วนบทความนี้จะเน้นเฉพาะการขนส่งระหว่างชั้น

ประเภทลิฟต์ขนของที่นิยมใช้

1. ลิฟต์ขนสินค้าแบบมีตัวห้อง (Freight Elevator)

มีตัวห้องและปล่องลิฟต์คล้ายลิฟต์โดยสาร รับน้ำหนักได้มาก รองรับพาเลทหรือรถเข็นได้ เหมาะกับการใช้งานหนักและต่อเนื่อง แต่ต้องมีปล่องและพื้นที่ติดตั้งที่ชัดเจน

2. ลิฟต์ไฮดรอลิก / โต๊ะยกไฮดรอลิก (Goods Lift / Lift Table)

ใช้กระบอกไฮดรอลิกดันแท่นขึ้นลง โครงสร้างเรียบง่าย ติดตั้งได้ในพื้นที่จำกัด เหมาะกับระยะยกไม่สูง เช่น จากพื้นขึ้นชั้นลอย

3. ลิฟต์ส่งของขนาดเล็ก (Dumbwaiter)

ขนาดเล็ก ใช้ส่งเอกสาร อะไหล่ หรือกล่องสินค้าน้ำหนักเบา คนไม่สามารถเข้าไปในตัวลิฟต์ได้

4. สายพานลำเลียงแนวตั้ง (Vertical Conveyor)

ลำเลียงกล่องหรือถาดขึ้นลงต่อเนื่อง เหมาะกับงานที่มีปริมาณมากและขนาดสินค้าใกล้เคียงกัน เช่น คลังสินค้าออนไลน์

สเปกสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือก

  1. พิกัดน้ำหนัก คิดจากน้ำหนักสินค้าหนักที่สุดรวมพาเลทหรือรถเข็น และเผื่อการใช้งานในอนาคต
  2. ขนาดแท่นหรือตัวห้อง ต้องรองรับขนาดพาเลทหรือรถเข็นที่ใช้จริง พร้อมพื้นที่ให้เข็นเข้าออกได้สะดวก
  3. ชนิดประตู เช่น ประตูบานเฟี้ยม ประตูม้วน หรือประตูบานเลื่อน ต้องเปิดกว้างพอและมีระบบล็อก
  4. ความเร็วและรอบการใช้งาน หากขนบ่อยตลอดวัน ควรเลือกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับงานหนัก
  5. ทิศทางเข้าออก เข้าออกด้านเดียวหรือสองด้าน ให้สอดคล้องกับผังชั้นบนและชั้นล่าง

มาตรฐานความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม

  • ระบบล็อกประตู (Interlock) ลิฟต์ต้องไม่เคลื่อนที่ขณะประตูเปิด และประตูต้องเปิดไม่ได้หากตัวลิฟต์ไม่อยู่ที่ชั้นนั้น
  • ห้ามคนโดยสาร ลิฟต์ขนของ ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบให้คนขึ้น ยกเว้นรุ่นที่ผู้ผลิตรับรองให้ใช้ร่วมกับคนได้
  • ป้ายพิกัดน้ำหนักและคำเตือน ติดให้เห็นชัดทุกชั้น
  • ปุ่มหยุดฉุกเฉินและราวกั้น ที่แท่นและบริเวณช่องลิฟต์
  • อบรมพนักงาน ให้รู้วิธีจัดวางของให้มั่นคงและไม่บรรทุกเกินพิกัด

พื้นที่และโครงสร้างที่ต้องเตรียม

ลิฟต์แบบมีตัวห้องมักต้องมีบ่อลิฟต์ (Pit) ใต้พื้น และปล่องลิฟต์ที่แข็งแรง ส่วนลิฟต์ไฮดรอลิกบางรุ่นอาจไม่ต้องขุดบ่อลึก แต่ยังต้องการพื้นและจุดยึดที่รับน้ำหนักได้ นอกจากนี้ต้องดูเรื่องความสูงชั้น ระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้มอเตอร์ และพื้นที่ว่างหน้าประตูลิฟต์ทั้งสองชั้น การเจาะพื้นหรือดัดแปลงโครงสร้างควรให้วิศวกรโครงสร้างตรวจสอบก่อนเสมอ

การบำรุงรักษาและตรวจสอบตามรอบ

ควรมีสัญญาบำรุงรักษากับผู้ติดตั้งหรือบริษัทที่เชี่ยวชาญ ตรวจสลิง โซ่ น้ำมันไฮดรอลิก เบรก และระบบล็อกประตูตามรอบ และให้วิศวกรตรวจความปลอดภัยเป็นระยะ ส่วนรายละเอียดข้อกำหนดทางกฎหมาย ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญ

สิ่งที่ควรตรวจก่อนเช่าหรือซื้อโกดัง

  • มี ลิฟต์ขนของ อยู่แล้วหรือไม่ พิกัดน้ำหนักและขนาดแท่นตรงกับสินค้าของเราหรือไม่
  • ขอดูประวัติการบำรุงรักษาและผลตรวจล่าสุด ทดลองเดินลิฟต์และตรวจระบบล็อกประตูด้วยตัวเอง
  • หากเป็น โกดังให้เช่า ตกลงให้ชัดว่าใครรับผิดชอบค่าบำรุงรักษาและค่าซ่อม
  • หากซื้อ โกดังขาย หรือสร้าง โกดังสำเร็จรูป ใหม่ ควรเผื่อตำแหน่งลิฟต์และบ่อลิฟต์ไว้ในแบบตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย

  • โกดังให้เช่าสองชั้นต้องมีลิฟต์ขนของไหม ถ้ามีสินค้าหนักบนชั้นสอง ควรมี ผู้ที่เช่าโกดังเก็บของสองชั้นควรถามเรื่องลิฟต์ น้ำหนักบรรทุก และการบำรุงรักษา
  • โกดังสำเร็จรูปควรเผื่อช่องลิฟต์ตั้งแต่ออกแบบหรือไม่ ควร เพราะการเจาะพื้นและเสริมโครงสร้างภายหลังมีต้นทุนสูงและต้องขออนุญาต
  • โกดังขายที่มีลิฟต์เก่าควรตรวจอะไร ขอเอกสารการตรวจ ประวัติซ่อมบำรุง และใบรับรองความปลอดภัย รวมถึงเทียบความจุลิฟต์กับสินค้าที่จะใช้ในโกดังโรงงาน

บทสรุป

ลิฟต์ขนของ ที่เหมาะสมช่วยให้ใช้พื้นที่ชั้นบนได้คุ้มค่า ลดแรงงาน และลดอุบัติเหตุจากการยกของขึ้นบันได ควรเลือกประเภทให้ตรงกับสินค้า กำหนดพิกัดน้ำหนักเผื่ออนาคต และไม่ละเลยระบบความปลอดภัยกับการบำรุงรักษา ไม่ว่าจะเลือก โกดังให้เช่า โกดังขาย หรือ โกดังสำเร็จรูป แบบหลายชั้น การวางแผนตั้งแต่ต้นจะทำให้การทำงานลื่นไหลและปลอดภัยในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมต้องเลือก Park Factory

PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล

หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ

ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY

ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440

อีเมล์ : [email protected]

Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8