บทความและความรู้ ความรู้พื้นฐานและการออกแบบโกดัง–โรงงาน

เครนในโรงงาน ต้องเตรียมโครงสร้างอาคารอย่างไร ?

ติดเครนในอาคารไหนก็ได้ไม่ได้ เพราะต้องรับน้ำหนักและแรงกระทำพิเศษ บทความนี้อธิบายประเภทเครน โครงสร้างที่ต้องเตรียม ระบบไฟฟ้าและความปลอดภัย และสิ่งที่ตรวจก่อนเช่าหรือซื้ออาคาร

เครนในโรงงาน ต้องเตรียมโครงสร้างอาคารอย่างไร ?

เครนในโรงงาน ต้องเตรียมโครงสร้างอาคารอย่างไร

1. เครนเหนือศีรษะ (Overhead / Bridge Crane)

มีคานหลักวิ่งบนรางที่ยึดกับโครงสร้างอาคารทั้งสองฝั่ง รอกเคลื่อนที่ไปตามคานได้ ทำให้ยกของได้เกือบทั่วพื้นที่ แบ่งเป็น คานเดี่ยว (Single Girder) สำหรับงานน้ำหนักไม่มากและช่วงกว้างไม่ยาว และ คานคู่ (Double Girder) สำหรับงานหนัก ช่วงกว้างมาก หรือต้องการความสูงยกมากขึ้น

2. เครนขาสูง (Gantry Crane)

มีขาตั้งวิ่งบนรางที่พื้น ไม่ต้องพึ่งเสาอาคาร เหมาะกับลานกลางแจ้งหรืออาคารที่โครงสร้างไม่รองรับเครนเหนือศีรษะ

3. เครนแขนหมุน (Jib Crane)

ติดกับเสาหรือฐานของตัวเอง แขนหมุนได้รอบจุดเดียว เหมาะกับสถานีงานเฉพาะจุด เช่น ป้อนชิ้นงานเข้าเครื่องจักร

4. รอกไฟฟ้าวิ่งบนราง (Monorail Hoist)

รอกวิ่งไปตามรางเส้นเดียว เคลื่อนที่ได้ตามแนวราง เหมาะกับงานลำเลียงตามเส้นทางที่แน่นอน

ทำไมติดตั้งเครนในอาคารไหนก็ได้ไม่ได้

เมื่อเครนยกของ น้ำหนักทั้งหมดรวมถึงแรงกระชากขณะเริ่มยก เบรก และเคลื่อนที่ จะถ่ายลงคานรางและเสาอาคาร อาคารทั่วไปออกแบบมารับน้ำหนักหลังคาและแรงลมเท่านั้น หากติดตั้ง เครนในโรงงาน ที่ไม่ได้เตรียมโครงสร้างไว้ อาจทำให้เสาและคานแอ่นตัว รอยต่อเสียหาย หรือในกรณีร้ายแรงอาจเกิดการวิบัติของโครงสร้าง จึงต้องให้วิศวกรโครงสร้างตรวจสอบและคำนวณทุกครั้ง ไม่ควรเชื่อมรางเพิ่มเองโดยไม่มีการออกแบบ

โครงสร้างอาคารที่ต้องเตรียมสำหรับเครน

  1. คานรางเครน (Crane Runway Beam) คานที่รองรับล้อเครน ต้องออกแบบตามน้ำหนักยกและการใช้งาน พร้อมบ่าหรือขายื่นจากเสาสำหรับวางคาน
  2. เสาและฐานราก ต้องออกแบบให้รับแรงจากเครนเพิ่มเติมจากน้ำหนักอาคาร ทั้งแรงในแนวดิ่งและแรงด้านข้าง
  3. ความสูงใต้ตะขอ (Clear Height Under Hook) ต้องพอสำหรับยกชิ้นงานที่สูงที่สุดข้ามเครื่องจักรหรือกองวัสดุได้อย่างปลอดภัย
  4. ช่วงพาดของเครน (Span) สัมพันธ์กับระยะระหว่างแนวเสา อาคารที่ไม่มีเสากลางจะใช้งานเครนได้เต็มพื้นที่มากกว่า
  5. ความยาวรางและพื้นที่ปลายราง ควรเผื่อพื้นที่ให้เครนวิ่งถึงโซนรับส่งสินค้า และมีตัวหยุดปลายรางที่แข็งแรง

ระบบไฟฟ้าและความปลอดภัยที่ต้องคิดล่วงหน้า

  • ไฟฟ้ากำลัง เครนส่วนใหญ่ใช้ไฟ 3 เฟส ต้องตรวจขนาดหม้อแปลงและตู้ไฟว่ารองรับมอเตอร์เครนร่วมกับเครื่องจักรอื่นได้
  • รางจ่ายไฟ (Busbar หรือสายเคเบิลแบบเลื่อน) ต้องติดตั้งให้ปลอดภัยและเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุงได้
  • อุปกรณ์ความปลอดภัยของเครน เช่น สวิตช์จำกัดระยะ ปุ่มหยุดฉุกเฉิน และระบบป้องกันการยกเกินพิกัด
  • ป้ายพิกัดน้ำหนัก ต้องติดให้เห็นชัดทั้งที่ตัวเครนและรอก

การตรวจสอบและผู้ควบคุมเครน

เครนในโรงงาน เป็นอุปกรณ์ที่กฎหมายด้านความปลอดภัยในการทำงานกำหนดให้ต้องได้รับการตรวจสอบจากวิศวกรเป็นระยะ และผู้ควบคุมต้องผ่านการฝึกอบรม ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดข้อกำหนดล่าสุดกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ควรมีการตรวจประจำวันก่อนใช้งาน เช่น สลิง ตะขอ เบรก และสวิตช์ต่าง ๆ พร้อมบันทึกผลไว้เป็นหลักฐาน

สิ่งที่ควรตรวจก่อนเช่าหรือซื้ออาคาร

  • สอบถามว่าอาคารออกแบบรองรับเครนหรือไม่ (Crane-Ready) และรองรับน้ำหนักยกได้เท่าไร ขอดูแบบโครงสร้างหรือรายการคำนวณประกอบ
  • หากมีเครนติดตั้งอยู่แล้ว ให้ดูป้ายพิกัดน้ำหนัก ผลตรวจล่าสุด และสภาพราง
  • วัดความสูงใต้ตะขอและช่วงพาดเทียบกับชิ้นงานจริงที่จะยก
  • หากเป็น โกดังให้เช่า ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของก่อนติดตั้ง และตกลงเรื่องการรื้อถอนเมื่อหมดสัญญา
  • หากซื้อ โกดังขาย หรือสร้าง โกดังสำเร็จรูป ใหม่ ควรระบุน้ำหนักยกที่ต้องการในอนาคตตั้งแต่ขั้นออกแบบ เพราะเสริมโครงสร้างภายหลังมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก

คำถามที่พบบ่อย

  • โกดังให้เช่าเดิมติดเครนได้ไหม ได้ต่อเมื่อโครงสร้างและเสารับน้ำหนักได้และผู้ให้เช่าอนุญาต ควรให้วิศวกรตรวจก่อนเสมอ
  • โกดังสำเร็จรูปแบบไหนรองรับเครนได้ดี แบบโครงเหล็กที่ออกแบบความสูง เสา และฐานรากรองรับเครนตั้งแต่ต้น ซึ่งมักประหยัดกว่าการเสริมภายหลัง
  • โกดังขายพร้อมเครนต้องตรวจอะไร ขอใบตรวจสอบเครน ประวัติบำรุงรักษา และคุณสมบัติผู้ควบคุม พร้อมตรวจสภาพรางเครนและโกดังโรงงานโดยรอบ

บทสรุป

การติดตั้ง เครนในโรงงาน ไม่ใช่แค่การซื้อเครนมาติด แต่ต้องเริ่มจากโครงสร้างอาคาร คานราง เสา ฐานราก ระบบไฟฟ้า และความปลอดภัยที่ออกแบบมาร่วมกัน ไม่ว่าจะเลือก โกดังให้เช่า โกดังขาย หรือ โกดังสำเร็จรูป ควรบอกความต้องการด้านเครนให้ชัดตั้งแต่ต้น และให้วิศวกรตรวจสอบก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ใช้งานได้ปลอดภัยและคุ้มค่าในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมต้องเลือก Park Factory

PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล

หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ

ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY

ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440

อีเมล์ : [email protected]

Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8